เหตุการณ์นองเลือด สะเทือนขวัญที่สุดในโลก

เหตุการณ์ขนองเลือด
สะเทือนขวัญที่สุดในโลก

เหตุการณ์ของเลือดสะเทือนขวัญที่สุดในโลก

เหตุการณ์ของเลือดสะเทือนขวัญที่สุดในโลก เรียกได้ว่าคง ไม่มีเหตุการณ์ไหนจะรุนแรงไปกว่าการที่มนุษย์เข่นฆ่ากันเองอีกต่อไป แล้วแต่ถึงอย่างไรเรื่องราวน่าสยดสยองเหล่านี้ กลับเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับประวัติศาสตร์มนุษย์ชาติ มาแต่ในแต่ไรไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการฆ่าร้าง เผาพันหรือการสังหารหมู่และความอดอยาก เพราะบางเรื่องก็เป็นเรื่องยาก ที่จะทำให้เรานั้นยอมรับมันนั่นเอง หรือบางเรื่องเป็นเรื่องที่รับรู้กันทั่วไปแต่ผู้คนในยุคนั้น

ก็เลือกที่จะไม่ทำการพูด ถึงมันอีกเด็ดขาดเก็บไว้เพียงความทรงจำ อันเลวร้ายที่หวังว่าจะไม่มีทางเกิดขึ้นในอนาคตอีกแน่นอน ซึ่งวันนี้เราจึงอยากจะมาแชร์เนื้อเรื่องเกี่ยว กับเหตุการณ์ของเลือดที่เคยเกิดขึ้นจริงในหน้าประวัติศาสตร์ของโลกใบนี้ ที่ทางเรามิได้มีเจตนาจะรื้อฟื้น เรื่องราวความขัดแย้งในอดีตขึ้นมาเพียงแต่จะสื่อ ถึงการเป็นเครื่องเตือนใจว่าความรุนแรง นั้นไม่ได้เป็นตัวที่ส่งผลดีต่อผู้ใดเลยก็ตาม

The Holocaust ค่ายกักกันนาซี (1939-1945)

เหตุการณ์ของเลือดสะเทือนขวัญที่สุดในโลก

The Holocaust ค่ายกักกันนาซี (1939-1945) หากพูดถึงเหตุการณ์ในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ค่อนข้างจะโหดร้ายมากที่สุด เรียกได้ว่าไกลเป็นการมีผู้เสียชีวิตมาก ที่สุดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งทุกคนนั้นล้วนนึกถึงเหตุการณ์ การล้างชาติโดยนาซีที่ทำการสร้างค่าย เพื่อจุดประสงค์ในการสังหารประชากรจำนวนมากเพียงอย่างเดียว ได้แก่ ชาวยิวในทั่วทวีปยุโรปหรือ  ชาวโปล ชาวยิปซี และชาติอื่น ๆ ทั้งนี้ยังรวมถึงเชยศึกชาวโซเวียตด้วยเรียกได้ว่านักโทษ

จำนวนหลายล้านคน ที่ทำการเสียชีวิตในค่ายกับการทั้ง จากการใช้แรงงานหนักหรือการเกิดโรคระบาดและความหนาวการถูกทารุณ กรรมและการอดอาหาร และเรียกได้ว่าสิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดคือการนำไปทดลองทางวิทยาศาสตร์ โดยไม่คำนึงถึงมนุษยธรรมโดยเรื่อง ที่โหดร้ายมากที่สุดก็คือการประหารนักโทษด้วยการ เข้าห้องรุมแก๊สเพื่อเป็นการประหาร ให้ได้ครั้งละจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะมากได้โดยไม่ต้องเปลืองกระสุน โดยจะเริ่มตั้งแต่การขนส่งนักโทษ

โดยการใช้รถรางบรรทุกอัดแน่นเกิน อยู่จนกว่าจะถึงที่หมายนานสัปดาห์โดยไม่มีน้ำหรืออาหารหรือถ้ามีน้ำก็น้อยมากชาวยิวที่รอดมาได้ส่วนใหญ่ จะไม่รู้ว่าเมื่อมาถึงที่นี่จะต้องเจอ กับอะไรหลังจากทำการคัดเลือกนักโทษ ที่พอจะทำงานได้แล้วก็จะทำการแจ้ง แก่ คนที่ไม่ต้องการแล้วว่าจะพาไปอาบน้ำแต่จริงๆแล้วเรียกได้ ว่านี่เรียกได้ว่าเป็นการก้าวเข้าสู่ห้องรุมแก๊สนั่นเอง ซึ่งปัจจุบันเรียกได้ว่าเป็นค่ายที่มีผู้คนเข้ามาชมมากที่สุด ในโปแลนด์และได้รับประกาศให้เป็นมรดกโลก ด้านวัฒนธรรมของโปแลนด์เพื่อเป็นเรื่องในการเตือนใจ แก่คนรุ่นหลังคือความโหดร้าย ของสงครามในครั้งนั้น

เหตุการณ์ Holodomor
จากความอดอยากในยูเครน (1932-1933)

เหตุการณ์ของเลือดสะเทือนขวัญที่สุดในโลก

เหตุการณ์ Holodomor จากความอดอยากในยูเครน (1932-1933) ในภาษายูเครนแปลว่าการเข่นฆ่าด้วยความอดอยาก ความหิวโหหรือการปล่อยให้อดตาย จากความหิวโหยจนถึงแก่ความตายนั่นเองซึ่งเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นในช่วงค.ศ 1932 ยุคที่อยู่เขตจึงกลายเป็นส่วนหนึ่ง ของสหภาพโซเวียตภายใต้การปกครองของโจเซฟสตาลิน ซึ่งถือได้ว่ามีนโยบายด้านเศรษฐกิจรวมศูนย์ ที่ผลผลิตทางเกษตรต้องถูกยึดเป็นของส่วนรวม และ เรียกเอาผลผลิตปริมาณสูง ทำให้สิ่งที่ส่งผลกระทบนั่นก็คือชาวนาถูกบังคับให้ขายผลผลิตในราคาที่ถูก และถูกสังห้ามไม่ให้กินผลผลิต ของพวกเขาเองอีกด้วย จนกระทั่งเกิดภาวะความอดอยากที่ร้ายแรง ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เรียก ได้ว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 12 ล้านคน

การสังหารหมู่ ที่ทุ่งสังหารในกัมพูชา (1975-1979)

การสังหารหมู่ ที่ทุ่งสังหารในกัมพูชา (1975-1979) จุดเริ่มต้นของการปกครองเผด็จการแบบเบ็ดเสร็จในรัฐบาล ของนายพลลอนนอล ซึ่งถือได้ว่าเป็นการทำรัฐประหารยึดอำนาจมาจากสมเด็จเจ้านโรดมสีหนุ ประชาชนชาวกัมพูชา จึงต้องทำการหลบหนีเพื่อ เข้ากับฝ่ายคอมมิวนิสต์หรือเขมรแดงที่นำโดยนายพลพจน์ ที่ต่อมาได้ทำการโค่นล้มอำนาจได้ในที่สุด และได้ทำการเริ่มแผนสังหารหมู่ขึ้นที่โตแสดงโดยสถาน ที่จำลองและทรมานนักโทษ ชาวกัมพูชาก่อนจะถูกพามายังทุ่งสังหารเพื่อฆ่าและฝังกลบในคราวเดียวกัน โดยเริ่มแรกผู้นำของเขมรแดง จะพาชาวเมืองอพยพเพื่อเดินทางไปสู่อนาคตของประเทศ โดยบอกกับประชาชนชาวเมืองว่าทั้งหมด เหล่านี้ล้วนเป็นการหนีจากสหรัฐอเมริกาที่เข้ามาทำการทิ้งระเบิดหลัง จากนั้นเขาก็จะทำการคัดแยกประชาชน ที่มีความรู้ด้านการอ่านเขียนออกไปทำการสอบสวน  แต่สำหรับประชาชนทั่วไปกับถูกบังคับ ในการใช้แรงงานที่หนักหนาหากหักเขินก็จะมีแต่โทษตายเท่านั้น 

ติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ : https://discoveryman.com/